พระพุทธเจ้าสอนอะไร ?

( เผยแพร่ : ดร. สัมพันธ์ รัตนบุรี )


เป้าหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา คือ นิพพาน ( ดับทุกข์ )


จะนิพพานอย่างไร ?


ขั้นที่ ๑ วิป้สสนา ฝึกจิตให้มีสติทุกเมื่อ -ท่อง- รูปไม่เที่ยง เกิดดับ ,เสียงไม่เที่ยง เกิดดับ ,กลิ่นไม่เที่ยง เกิดดับ ,รสไม่เที่ยง เกิดดับ , กายสัมผัสไม่เที่ยง เกิดดับ , ความคิดไม่เที่ยง เกิดดับ , ตัวเราไม่เที่ยง เกิดดับ

( ทุกข์เกิดที่อินทรีย์ ๖ ดับที่อินทรีย์ ๖ , อินทรีย์ ๖ ได้แก่ ตา , หู , จมูก , ลิ้น , กายสัมผัส และ ความคิด : อย่าใส่อารมณ์พอใจ/ไม่พอใจกับสิ่งสัมผัสอินทรีย์ ๖ ซึ่งเป็นเหตุปัจจัยเบื้องต้น)


ขั้นที่ ๒ ปัญญา


ขั้นที่ ๓ ศีล


ขั้นที่ ๔ สมาธิ ....ปฏิบัติไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดหนึ่ง จิตจะหลุด ( อริยบุคคล )


ขั้นที่ ๕ นิพพาน ( ดับทุกข์ )


ข้อแตกต่างระหว่างคำสอนของพระพุทธเจ้า กับ คำสอนของพราหมณ์ดาบส คือ คำสอนของพระพุทธเจ้า จะใช้ปัญญา นำหน้า ศีลและสมาธิ ซึ่งนิพพาน ดับทุกข์ได้ แต่คำสอนของพราหมณ์ดาบส ใช้ศีล นำหน้าสมาธิและปัญญา ซึ่งดับทุกข์นิพพานไม่ได้ พระพุทธเจ้าสอนวิปัสสนา มิได้สอนสมาธิ พระพุทธศาสนาทุกประเทศในโลกจะสอนตามแนวคำสอนของพราหมณ์ดาบส มิได้สอนตามแนวคำสอนของพระพุทธเจ้า นี่คือเหตุผลที่ทำให้ในรอบ ๑,๔๐๐ ปีมานี้ ไม่มีพระอรหันต์เกิดขึ้นเลย เนื่องจากไม่ได้สอนตามแนวของพระพุทธเจ้า


คำสอนของพระพุทธเจ้าจะใช้ ปัญญา ปิดอินทรีย์ทั้ง ๖ ดับทุกข์ที่อินทรีย์ทั้ง ๖ จึงนิพพานได้ แต่คำสอนของพราหมณ์ดาบสจะใช้สมาธิใช้ปัญญา ปิดที่ใจอย่างเดียว แต่ไม่ปิดอินทรีย์ทั้ง ๖ ทั้งตา , หู , จมูก , ลิ้น , กายสัมผัส และความคิด จึงนิพพานดับทุกข์ไม่ได้


ข้อแตกต่างระหว่าง วิปัสสนา กับ สมาธิ แตกต่างกันคือ วิปัสสนา เป็นการเจริญปัญญาที่ดับทุกข์ได้ แต่สมาธิ เป็นการทำให้จิตสงบชั่วคราว แต่ดับทุกข์ไม่ได้


ท่านจะวิปัสสนาอย่างไร ? โดยการท่อง ท่องเพื่อให้จิตมีสติทุกเมื่อ ท่องอะไร ท่อง ๕ ข้อตามลำดับ [๑. รูปไม่เที่ยง เกิดดับ,ตัวเราไม่เที่ยงเกิดดับ ๒.เสียงไม่เที่ยง เกิดดับ ,ตัวเราไม่เที่ยง เกิดดับ ๓.กลิ่นไม่เที่ยง เกิดดับ ,ตัวเราไม่เที่ยง เกิดดับ ๔.รสไม่เที่ยง เกิดดับ , ตัวเราไม่เที่ยง เกิดดับ ๕.กายสัมผัสไม่เที่ยง เกิดดับ , ตัวเราไม่เที่ยว เกิดดับ ๖.ความคิดไม่เที่ยง เกิดดับ , ตัวเราไม่เที่ยง เกิดดับ ] เมื่อมีสิ่งมาผัสตา , หู , จมูก , ลิ้น , กายสัมผัส และความคิด สติจะเป็นตัวระลึกถึงสิ่งที่ท่อง แยกถูก-ผิด แยกความจริง- ความเชื่อ คือเกิดปัญญาที่ตา , หู , จมูก , ลิ้น , กายสัมผัส , ความคิด ซึ่งจะเกิดคิดชอบ , ระลึกชอบที่ตา ,หู , จมูก , ลิ้น , กายสัมผัส , ความคิด เกิดมรรคผลที่ ตา - หู - จมูก - ลิ้น - กายสัมผัส - ความคิด เมื่อเกิดปัญญา จะเกิดศีล-สมาธิตามมา เมื่อเกิดสมาธิเรื่อย ๆ กิเลสจะไม่เพิ่มขึ้น มีแต่จะลดลงเรื่อย ๆ จนถึงจุดหนึ่งจิตจะหลุดจากกิเลส-นิพพานดับทุกข์( อริยบุคคล ) นั่นคือ พระพุทธเจ้าเอาปัญญามาปิด ตา - หู - จมูก - ลิ้น - กายสัมผัส - ความคิด , คำสอนของพระพุทธเจ้า จึงนิพพาน ดับทุกข์ได้


ทุกข์เกิดที่อินทรีย์ ๖ ดับที่อินทรีย์ ๖ เป็นอย่างไร ๑. ตา มีหน้าที่ดูเท่านั้น ถ้าไม่ใส่ความพอใจ / ความไม่พอใจเข้าไป จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย แต่ถ้าเราใส่ความพอใจ / ไม่พอใจเข้าใจ จะเกิดความโลภ ความโกรธ ความหลง ตามมาเป็นลูกโซ่ทันที พระพุทธเจ้าสอนไม่ให้ใส่ความพอใจ/ความไม่พอใจเข้าไป ทุกข์จะดับทันที นั่นคือ ทุกข์เกิดที่ตา ดับที่ตา ๒. หู มีหน้าที่ฟังเท่านั้น ถ้าเราใส่ความพอใจ/ไม่พอใจเข้าไป ความโลภ ความโกรธ ความหลงจะตามมาเป็นลูกโซ่ แต่ถ้าเราไม่ใส่ความพอใจ / ความไม่พอใจเข้าไป ทุกข์จะดับทันที นั่นคือ ทุกข์เกิดที่หู ดับที่หู ๓. จมูก มีหน้าที่ดมกลิ่นเท่านั้น ถ้าเราใส่ความพอใจ / ไม่พอใจเข้าไป จะเกิดความโลภ ความโกรธ ความหลง ตามมาเป็นลูกโซ่ แต่ถ้าเราไม่ใส่ความพอใจ-ไม่พอใจเข้าไป ทุกข์จะดับทันที นั่นคือ ทุกข์เกิดที่จมูก ดับที่จมูก ๔.ลิ้น มีหน้าที่ชิมรสเท่านี้น ถ้าเราใส่ความพอใจ- ไม่พอใจเข้าไป ความโลภ ความโกรธ ความหลงจะตามมาเป็นลูกโซ่ แต่ถ้าเราไม่ใส่ความพอใจ-ไม่พอใจเข้าไป ทุกข์จะดับทันที นั่นคือ ทุกข์เกิดที่ลิ้น ดับที่ลิ้น ๕.กายสัมผัส มีหน้าที่สัมผัสเท่านั้น ถ้าเราใส่ความพอใจ-ไม่พอใจเข้าไป จะเกิดความโลภ ความโกรธ ความหลงตามมาเป็นลูกโซ่ แต่ถ้าเราไม่ใส่ความพอใจ - ไม่พอใจเข้าไป ทุกข์จะดับทันที นั่นคือ ทุกข์เกิดที่กายสัมผัส ดับที่กายสัมผัส ๖.ความคิด มีหน้าที่คิดเท่านั้น ถ้าเราใส่ความพอใจ-ไม่พอใจเข้าไป จะเกิดความโลภ ความโกรธ ความหลงตามมาเป็นลูกโซ่ แต่ถ้าเราไม่ใส่ความพอใจ - ไม่พอใจเข้าไป ทุกข์จะดับทันที นั่นคือ ทุกข์เกิดที่ความคิด ดับที่ความคิด พระพุทธเจ้า ทำวิปัสสนา สร้างปัญญาปิดตา , หู , จมูก , ลิ้น , กายสัมผัส , ความคิด จึงนิพพาน/ดับทุกข์ . ความพอใจ - ไม่พอใจ เป็นตัวนำพามนุษย์ไปนรก การวิปัสสนา ท่องไม่เที่ยงเกิดดับข้างต้น เป็นการเติมบุญเติมกุศล เติมบุญบารมีแก่ตัวเราอย่างมหาศาล.




……………………
Free Web Counter
Web Counter